ปลาติดหลังแห

สำนวนนี้หมายถึง     คนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพัน   แต่ต้องหลับมารับเคราะห์ร่วมกับคนที่กระทำความผิด  ทั้งๆเขาไม่เคยรู้เรื่องอะไรด้วยแม้แต่นิดเดียว  เช่น   นิดาเป็ภรรยาของประพันธ์  นิดาถูกจับร่วมกับประพันธ์ในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครอง  ทั้งๆที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าประพันธ์นั้นมียาบ้าหรือขายยาบ้า

เนื้อหมูไปใส่เนื้อช้าง

หมายถึง  การนำสิ่งค่าหรือสิ่งของที่มีน้อยอยู่แล้ว   ไปให้กับคนที่มีสิ่งของนั้นมากกว่า  ทำให้สิ่งของที่มีอยู่มากแล้วเพิ่มขึ้นขึ้น  โดยอีคนกลับแย่ลงหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  การนำเอาเงินขอคนที่มีฐานนะยากจนไปให้คนที่มีฐานะร่ำรวยที่มีอยู่แล้วเพิ่มขึ้นอีก   เปรียบเหมือนกับ  การนำเอาเนื้อหมูไปแบ่งปันให้กับคนที่มีเนื้อช้าง  ทำให้มีจำนวนของเนื้อที่เพิ่มมากขึ้น  โดยคนที่ให้เนื้อหมูไปนั้นมีสถานะทางการเงินที่แย่ลง

เลือดข้นกว่าน้ำ

ความหมายว่า  เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหรือมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้น   คนที่เป็นญาติพี่น้องหรือมีสายเลือดเดียวกันก็ย่อมสำคัญกว่าคนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง เพราะเป็นคนในตระกูลเดียวกัน   เปรียบเหมือนกับที่โดยปกติแล้วเลือดนั้นจะมีความข้นมากกว่าน้ำ   ยกตัวอย่างเช่น  พ่อแม่ย่อมรักลูกตัวเองมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว  ลูกก็คือสายเลือด  ยังไงเลือดข้นกว่าน้ำอยู่แล้ว

เห็นเขาขึ้นคานนั่ง เอามือประสานรัดก้น

ความในสำนวนนี้หมายถึง  คนที่เห็นคนอื่นทำได้  แล้วก็อยากทำหรือทำได้อย่างเช่นเดียวกับที่เขาทำได้บ้าง   ทั้งๆที่ไม่ดูความสามารถของตนเองหรือตนเองไม่มีเพียงพอที่จะทำได้  แต่ก็ยังอยากที่จะทำ  เช่น  เธอไม่ได้มีฐานะร่ำรวยเหมือนเขานะ  ถึงจะได้ทำตัวแบบเขาได้  เธอนี้เป็นคนที่เห็นเขาขึ้นคานนั่ง  เอามือประสานรัดก้น

 

สิบรู้ไม่เท่าชำนาญ

มีความหมายว่า   การเรียนรู้สิ่งต่างนั้น ถึงแม้ว่าเราจะสามารถอ่านได้จากหนังสือหรือศึกษาได้จากหนังสือ ถึงจะอ่านหรือจะเรียนมาเท่าใด  ก็ไม่เท่ากับสิ่งที่เราได้ลงมือทำสิ่งๆนั้น   ซึ่งหากเราทำบ่อยๆหรือลงมือปฏิบัติบ่อยๆก็จะทำให้เราเกิดความชำญไ้  ซึ่งภายในหนังสือหนั้นไม่มี  หรือเรียกได้ว่า เรียนรู้แต่ทฤษฏี   แต่พอลงมือทำจริง  กลับไม่สามารถทำได้  ซึ่งแตกต่างจากคนที่ลงมือทำหรือเรียนรู้จากของจริงมาก่อนไม่ได้

เอาทองไปรู้กระเบื้อง

สำนวนนี้ มีความหมายคล้ายคลึงกับสำนวนที่ว่า  ” พิมเสนแลกกับเกลือ ”   โดยมีความหมายว่า    อย่าลดตัวไปทะเลาะกับคนที่ไม่ควรจะทะเลาะด้วยหรืดเข้าไปยุ้งเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ดี  เช่นการทะเลาะกับคนพาล   เพราะจะมีแต่เกิดความเสียหายกับตัวเองเปล่า   แต่ก็มักจะนิยมนำไปใช่ในเรื่องของฐานะที่แตกต่างกันหรือไม่คู่ควร   เช่น  ลูกอย่าเทำแบบนั้น   อย่าเอาทองไปรู้กระเบื้องเลย

สุกหัวกินหัว สุกหางกินหาง

สำนวนนี้ หมายความว่า   การได้รับโอกาสหรือการได้รับสิ่งของ  เมื่อมีการหยิบยื่นให้แล้วควรจะรับโอกาสหรือสิ่งของนั้นเอาไว้เสียก่อน  ไม่ควรเลือกมากหรือรีรอกับสิ่งอื่นที่ยังมาไม่ถึงมากจนเกินไป   เปรียบเสมือนกับการปิ้งปลาเป็นอาหาร  คือ  เห็นบริเวณไหนสุกก่อนก็ควรจะทาน  เห็นหัวสุกก็ทานหัว  เห็นหางสุกก็ทานหาง  ไม่ควรที่จะรอให้สุกทั้งตัว จะช้าไป

สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง

สำนวนนี้ หมายถึง   เป็นคนไม่ควรที่จะประมาท  ทำตัวอวดเก่ง  มั่นใจในตัวเองจนสูงเกินไป  ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นหรือคนรอบข้างด้วยเพราะขนาดคนที่มีความรู้หรือมีปัญญา เก่ง  เฉพาะด้านใดด้านหนึ่งแล้ว  ยังเกิดข้อผิดพลาดได้  ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะประมาทไม่ว่าจะทำเรื่องอะไรก็ตามหรือไม่ควรที่จะมั่นใจในตนเอง เอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่  ควรจะรับฟังสิ่งที่คนรอบข้างบอกกล่าวด้วย   เช่น  เธอคิดว่าเธอทำรายงานเรื่องนี้ถูกแล้วเหรอ  ทำไมไม่ลองถามอาจารย์ดู  แบบนี้มันอาจจะผิดก็ได้  ขนาดสี่ตีนยังรู้พลาด  นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง  นี้เราไม่เข้าใจอาจจะทำรายงานผิดก็ได้

 

สัญชาติสุนัข อดขี้ไม่ได้

สำนวนนี้ ใช้เป็นคำเปรียบเปรยถึงคนที่ประพฤติชั่ว ถึงจะเอามาอบรมเลี้ยงดูดีอย่างไร ก็อดประพฤติหรือกระทำเหมือนนิสัยเช่นเดิมไม่ได้ เปรียบเหมือนได้กับสุนัขที่ส่วนมากซึ่งชอบกินขี้อยู่เสมอ แต่สมัยนี้เราไม่ค่อยจะได้เห็นดังว่า ก็เพราะส้วมถ่ายอุจาระของเราสมัยนี้มิดชิดไม่ค่อยเรี่ยราดเหมือนสมัยก่อน.

อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ปั้นวัวปั้นควายให้ลูกท่านเล่น

สำนวนนี้มีความหมายว่า    ในเมื่อเราเข้าไปพักอาศัยอยู่กับใครสักคนแล้ว  แม้ว่าจะเป็นญาติพี่น้อง  หรือไม่ใช่ญาติพี่น้อง  ก็ไม่ควรที่จะอยู่ในบ้านเฉยๆ  ควรจะช่วยเจ้าของบ้านทำอะไรก็ได้  เท่าที่เราจะสามารถช่วยเขาทำได้   อาทิ  การทำความสะอาดบ้านบ้าน   พับที่นอนในส่วนของตัวเอง  ไม่ใช่ไม่ยอมทำอะไรเลยต้องให้เจ้าของบ้านทำเองทุกอย่าง หรือขอรอให้ตัวเองช่วย   ยกตัวอย่าเช่น   สมชายไปเที่ยวบ้านเพื่อนใช่ไหมลูก   ไปบ้านท่านอย่านิ่งดูดาย  ปั้นวันปั้นควายให้ลูกทานเล่น นะลูก


1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 24 »